Q&A ข้อสงสัยก่อนซื้อแอร์


  • Q.เลือกซื้อแอร์ประเภทไหนดี?
    • A.ดูตามความเหมาะสมของสถานที่ติดตั้ง เช่น ห้องนอน ควรจะเป็นแอร์ผนัง เพราะขนาดเล็ก ไม่เทอะทะ ราคาไม่แพง แต่ถ้าเป็นคนชอบความสวยหรู ก็เลือกเป็นแอร์เปลือยซ่อนใต้ฝ้า หรือห้องเป็นกระจกรอบ แขวนไม่ได้ ก็ใช้แอร์ตู้ตั้งพื้น เป็นต้นค่ะ

 


 

  • Q.เลือกแอร์ยี่ห้อไหนดี?
    • A.แอร์แต่ละยี่ห้อมีทั้งข้อดีข้อเสียค่ะ ถ้าเป็นแอร์ที่ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน สามารถใช้งานได้เหมือนกันหมด เพียงแต่วัสดุ ฟังก์ชั่นการทำงาน และความประหยัดไฟ จะต่างกันไปตามราคาค่ะ ยิ่งมีข้อดีมาก ก็ยิ่งราคาสูง แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานด้วยค่ะ บางคนอาจจะเคยซื้อยี่ห้อชื่อดังราคาแพง แต่ไม่ถูกใจ บางคนชอบแอร์ราคาถูก แต่รับการแอร์ที่มีเสียงดังนิดหน่อยได้ หากไม่เคยใช้ยี่ห้อไหนมาก่อน ก็ดูที่เราต้องการค่ะ เช่น ราคา ความเงียบ รูปทรงเครื่อง ความประหยัดไฟ ชื่อเสียงแบรนด์ เป็นต้นค่ะ    

 


 

  • Q.เลือกซื้อแอร์จากอะไรดี แบรนด์ ราคา ชื่อเสียง ความประหยัดไฟ?
    • A.ก่อนซื้อต้องคิดเรื่องความต้องการก่อนว่า ต้องการแบบไหน เรามักมีอยู่ในใจแล้ว อาจถามร้านค้าเพื่อให้แนะนำเพิ่มเติมได้ แต่หากราคาไม่เกี่ยงก็แนะนำแอร์แบรนด์ดังค่ะ 

 


 

  • Q.แอร์แบบไหนราคาไม่แพง?
    • A.แอร์บ้าน หรือ แอร์ติดผนัง ราคาแอร์จะมีราคาตั้งแต่ 8,000 ถึง 50,000 กว่าบาท ซึ่งมีหลายตัวเลือกมากๆ ขึ้นกับ บีทียู แบรนด์ ความประหยัดไฟ ฟังก์ชั่นการทำงานต่างๆ ค่ะ หากเป็นแอร์ประเภทอื่นๆ มักมีราคาหมื่นกว่าบาทขึ้นไปค่ะ

 


 

  • Q.ทำไมแอร์บางยี่ห้อถึงแพง แล้วดีจริงหรือ?
    • A.แอร์ส่วนใหญ่ที่ราคาสูง มาจากชื่อเสียงที่ทำไว้นานจนเกิดความเชื่อใจของลูกค้า ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน คือแอร์ที่ติดตลาดแล้วค่ะ ถามใครใครก็รู้จัก หากถามว่าจะดีไหม ก็ขึ้นกับผู้ใช้งานเองว่ามองภาพลักษณ์ของแบรนด์นั้นเป็นอย่างไร มีความชอบตรงจุดไหนของแบรนด์นั้นหรือไม่ค่ะ แอร์ทุกยี่ห้อมีข้อดี ขึ้นกับว่าจะตรงความต้องการของผู้ซื้อหรือไม่

 


 

  • Q.แอร์ INVERTER ประหยัดไฟจริงไหม?
    • A.จากประสบการณ์เปิดแอร์ผนัง INVERTER ในห้องนอน เวลา 8-9 ชั่วโมงกว่า ส่วนตัวคิดว่าประหยัดจริงค่ะ เพราะค่าไฟไม่แพงเท่าแอร์ตัวเก่าเคยใช้
    • หากถามว่าใช้อะไรวัดความประหยัดไฟ ให้ไปดูค่า SEER ได้ตามแคตตาล็อกแอร์ค่ะ ยิ่งมีเยอะ ยิ่งประหยัดไฟ โดยค่านี้ไม่ได้ใส่มามั่วๆ แต่มีการทดสอบแล้ว และยิ่งได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ได้การรับรองจาก กฟผ ก็มั่นใจได้เลยว่าประหยัดไฟแน่นอนค่ะ

 


 

  • Q.ทำไมแอร์ระบบ INVERTER ถึงแพง?
    • A.เพราะเป็นระบบทางเลือกเรื่องประหยัดไฟมาก มีการทำงานที่คงที่ เสียงเงียบ และมีฟังก์ชั่นมากกว่าแอร์ FIXED SPEED ทำให้ราคาสูงตามไปด้วยค่ะ

 


 

  • Q.แอร์ระบบ FIXED SPEED ประหยัดไฟไหม?
    • A.แอร์ Fixed Speed แอร์ระบบธรรมดา จะมีการทำงานที่กระชากไฟ ทำให้ระบบนี้อาจจะกินไฟกว่าระบบ Inverter แต่ระบบนี้ก็ประหยัดไฟได้ไม่แพ้ ระบบ Inverter เลย ให้ดูว่ามีฉลากเบอร์ 5 ไหม ถ้ามีก็ประหยัดไฟแน่นอนค่ะ  

  


 

  • Q.ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ดีอย่างไร ดูยังไง?
    • ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นฉลากที่รับรองโดย กฟผ. ที่จะช่วยให้ผู้บริโภครู้ว่า สินค้านั้นๆ มีค่าประสิทธิภาพที่เท่าไหร่ คิดเป็นค่าไฟเท่าไหร่ต่อปี ซึ่งยิ่งค่าประสิทธิภาพ EER/SEER ยิ่งเยอะ จะยิ่งประหยัดไฟ 
    • นอกจากนี้เราสามารถดูได้จากจำนวนดาวของฉลากเบอร์ 5 หากได้ 1 ดาวจะประหยัดไฟมากขึ้น 10% โดยฉลากจะมี 4 แบบ คือ ฉลากเบอร์ 5 ไม่มีดาว(5) , 1 ดาว(5*) , 2 ดาว(5**) และสูงสุด 3 ดาว(5*** ประหยัดสุด) 

 


  • Q.ทำไมแอร์กลุ่มเบอร์ 5 บางขนาดไม่มีฉลาก?
    • A.แอร์บางรุ่นถูกจัดอยู่ในรุ่นประหยัดไฟเบอร์ 5 แต่ไม่ได้รับฉลาก เนื่องจากแอร์มีขนาดบีทียูที่มาก เช่น 60,000 BTU ทำให้ต้องใช้ไฟมากตาม ค่าประสิทธิภาพจึงน้อย ไม่ถึงเกณฑ์ของเบอร์ 5 แต่ก็ถือว่าประหยัดไฟได้มากกว่ากลุ่มที่ไม่มีเบอร์ 5 ค่ะ



 

  • Q.แอร์มีการรับประกันอย่างไร?
    • A.แอร์ใหม่ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อจะมีใบรับประกันให้มาในกล่อง หรือข้างกล่องแอร์ ซึ่งควรจะเก็บหรือถ่ายรูปเอาไว้ให้ครบทุกใบ โดยการรับประกันแอร์ บริษัทผู้แอร์จะเป็นผู้รับประกันในส่วนของ คอมเพรสเซอร์ และ อะไหล่ต่างๆ หากอุปกรณ์ให้มาไม่ครบ อะไหล่เสียหาย หรือใช้ไปแล้วเกิดปัญหาที่ช่างแอร์ทั่วไปเข้าไปดูแล้วยังแก้ไม่ได้ ลูกค้าสามารถแจ้งไปที่สำนักงานบริษัทแอร์ยี่ห้อนั้นๆ ได้เลยค่ะ ถ้าอยู่ในระยะเวลาการรับประกัน อะไหล่หรืองานซ่อมนั้นจะฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าหมดการรับประกัน แล้วจะให้ช่างของทางบริษัทผู้ผลิตเข้าไปแก้ปัญหา ก็จะมีค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจจะราคาสูงกว่าช่างทั่วไปค่ะ

 


 

  • Q.แอร์ที่มีระบบฟอกอากาศ ฟอก PM2.5 ต่างๆ ฟอกได้จริงไหม?
    • A.โดยทั่วไปแล้วในแอร์จะมีแผ่นกรองฝุ่นหยาบมาให้ และในบางรุ่นก็มีระบบฟอกอากาศเป็นฟังก์ชั่นเสริมหนึ่งของแอร์ ซึ่งสามารถฟอกอากาศได้จริง แต่อาจไม่สามารถฟอกอย่างจริงจังได้เท่าเครื่องฟอกอากาศค่ะ

 


 

  • Q.มีท่อแอร์แถมให้ทุกรุ่นใช่ไหม?
    • A.ท่อแอร์แถมให้เฉพาะแอร์ติดผนังขนาดเล็ก เท่านั้น หากแอร์ผนังบีทียูสูงมากๆ อย่าง 30,000 บีทียูขึ้นไป บางยี่ห้อก็ไม่มีแถมให้ค่ะ ซึ่งคำว่าแถม ไม่ได้มาจากร้านค้า แต่มาจากโรงงานค่ะ และแอร์ประเภทอื่นๆ ไม่ว่ายี่ห้อใด รุ่นใดจะไม่มีท่อแถมมาจากโรงงานเลย ส่วนตรงนี้ช่างติดตั้งหรือร้านค้าที่รับติดตั้งจะเป็นผู้หาท่อมาเอง โดยราคาท่อแอร์ก็จะแตกต่างตามบีทียูค่ะ

 


 

  • Q.ซื้อแอร์ แล้วติดตั้งฟรีไหม?
    • A.เงื่อนไขนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า ซึ่งบางร้านอาจบอกว่าฟรี แต่รวมค่าติดตั้งไปในสินค้าแล้ว และบางร้านก็แยกราคาสินค้ากับติดตั้งค่ะ ถ้าถามว่าทำไมไม่ฟรีไปเลย ต้องบอกว่า ติดตั้งแอร์ไม่ง่ายเหมือนติดตั้งเครื่องซักผ้าที่วางตั้ง ต่อก๊อกน้ำแล้วเสียบปลั๊กใช้งานได้เลย(คนทั่วไปก็ทำได้) แต่งานติดแอร์ถือเป็นงานบริการที่ต้องใช้ฝีมือ เรื่องการเดินท่อ เดินไฟ วางตำแหน่งติดตั้งให้สวยงาม และหน้างานบางที่ก็ยากและเสี่ยงอันตรายเพราะต้องปีนที่สูง ทำให้การติดตั้งไม่มีฟรีแน่นอนค่ะ  

 


 

  • Q.ทำไมค่าติดตั้งแอร์บางตัวถึงสูง?
    • A.ค่าติดตั้งแอร์จะขึ้นกับหลายปัจจัย ได้แก่ ขนาดบีทียู ขนาดท่อแอร์ คุณภาพอุปกรณ์ติดตั้ง ฝีมือช่าง และความยากง่ายของสถานที่ติดตั้ง(ต้องใช้นั่งร้าน/ต้องปีนที่สูง/ต้องใช้อุปกรณ์เซฟตี้) 

 


 

  • Q.ซื้อแอร์พร้อมติดตั้ง ร้านค้าจะมีอุปกรณ์อะไรให้บ้าง?
    • A.อุปกรณ์ที่ใช้ในการติดตั้งแอร์ที่ร้านแอร์ทั่วไปจะมีให้ลูกค้า ได้แก่ ท่อแอร์ 4 เมตร / สายไฟ 10 เมตร(เดินระหว่างคอยล์ร้อน-เย็น) ส่วนรางครอบท่อและขาแขวนคอยล์ร้อน แล้วแต่ละร้านว่ามีมาให้เท่าไหร่ หรือมีคิดเพิ่ม และหากใช้อุปกรณ์เกินตามที่มีให้ก็จะต้องเสียค่าอุปกรณ์นั้นเพิ่ม ตามเงื่อนไขที่ร้านเสนอราคาไว้ค่ะ
    • ส่วนอื่นๆ เช่น ไฟเมน งานเก็บฝ้า กริลหน้ากากแอร์เปลือย กริลช่องรีเทิร์นแอร์เปลือย หรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ อาจต้องชำระเพิ่มเติมค่ะ

 


 

  • Q.วิธีคำนวณ BTU แอร์ง่ายๆ ทำอย่างไร?
    • A.ให้เอา ขนาดห้อง คือ กว้าง x ยาว = ตรม. มา คูณ 700 (ห้องไม่ร้อน/ไม่รับแดด) หรือ คูณ 800(ห้องรับแดด) หรือ คูณ 1,000(ห้องที่มีความร้อนมาก) = BTU เช่น 
    • ห้อง 25 ตรม.ไม่รับแดด ไม่มีความร้อน 25x700 = 17,500 BTU ปัดเป็น 18,000 BTU
    • ห้อง 30 ตรม. ห้องโดดแดดส่อง 30x800 = 24,000 BTU
    • ห้อง 30 ตรม. ห้องรับความร้อนมาก ร้านอาหาร มีหม้อร้อน 30x1,000 = 30,000 BTU หรือควรเพิ่มขนาดเป็น 36,000-40,000 BTU เพื่อรองรับเวลาคนเต็มร้านและมีความร้อนจากหม้อหรือเตาเยอะๆ 

 


 

 


 

  • Q.มีแอร์ที่ไม่แถมรีโมทมาให้ด้วยเหรอ?
    • A.มีค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นแอร์เปลือยซ่อนใต้ฝ้า แอร์ตู้ตั้งพื้น(ใช้กดหน้าเครื่อง) หรือแอร์ดักท์ขนาดใหญ่ ในบางรุ่นบางยี่ห้อ ลูกค้าสามารถซื้อรีโมทของแอร์แบรนด์นั้นๆ เพิ่ม หรือใช้รีโมทตามร้านอะไหล่ทั่วไปก็ได้ค่ะ หากเป็นแอร์ผนัง แอร์แขวนใต้ฝ้า แอร์ตั้งแขวน แอร์ฝังฝ้า ทุกรุ่นจะมีรีโมทให้ เพียงแต่จะแถมเป็นรีโมทแบบมีสายหรือไร้สายค่ะ

 


 

  • Q.รีโมทมีสาย กับ รีโมทไร้สาย คืออะไร
    • A.รีโมทควบคุมแอร์ มี 2 แบบ คือ แบบมีสาย คือ ตัวรีโมทจะเชื่อมกับแอร์โดยตรง จึงต้องติดรีโมทควบคุมไว้ที่ผนังใกล้แอร์ และ แบบไร้สาย คือ การใช้รีโมทแบบถือได้ยิงไปที่ตัวรับสัญญาณแอร์ เหมือนรีโมททีวี ค่ะ

 


 

  • Q.ข้อดี-ข้อเสียของรีโมทมีสาย-ไร้สาย?
    • A.รีโมทมีสาย จะติดผนังถาวร ไม่หายแน่นอน และในหลายรุ่นจะสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องได้ 7 วัน เหมาะกับห้องที่มีการเปิดปิดใช้งานทุกวันค่ะ
    • รีโมทไร้สาย สามารถควบคุมจากทิศทางใดก็ได้ ที่สัญญาณถึง

 


 

  • Q.แอร์บางขนาดมีไฟให้เลือก 220V กับ 380V คืออะไร?
    • A.หากเป็นแอร์ 30,000-60,000 BTU ส่วนใหญ่จะมีไฟให้เลือก หากไฟบ้านเป็น 1 เฟส ให้เลือก 220V เท่านั้น หากเป็น 3 เฟส ไฟแบบโรงงาน จะเลือก 220V หรือ 380V ก็ได้ค่ะ และถ้าเป็นแอร์ที่มากกว่า 60,000 BTU จะเป็น 380V ทั้งหมดค่ะ

 


 

  • Q.แอร์เปลือย แอร์ซ่อนใต้ฝ้า มีค่าใช้จ่ายเยอะไหม?
    • A.แอร์แบบนี้โรงแรมนิยมนำไปติดเพราะดูสวยหรู แต่ก็มีค่าใช้จ่ายอุปกรณ์เพิ่มเติม ได้แก่ กริลช่องลมแอร์ กริลช่องรีเทิร์น แผ่นกรอง แชมเบอร์ ท่อลม ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะขึ้นอยู่กับหน้างานว่าต้องใช้ตัวไหนบ้าง หากเป็นห้องเล็กๆ ก็จะใช้กริล หากเป็นห้องใหญ่ก็ต้องเพิ่มการต่อท่อลม เพื่อช่วยกระจายลม
    • ถ้าไม่ใส่กริล โชว์แอร์เปลือยๆ เลยก็สามารถทำได้ แต่ต้องล้างแอร์บ่อยๆ เพราะไม่มีแผ่นกรองอะไรเลย ทำให้สิ่งสกปรกเข้าไปอุดตันง่ายค่ะ

 


 

  • Q.มีแอร์ที่ไม่ต้องติดตั้งไหม?
    • A.มีค่ะ เรียกว่า แอร์เคลื่อนที่ ไม่ใช่แอร์ตู้ หรือแอร์ตู้ตั้ง นะคะ เดี๋ยวคนขายจะเข้าใจผิด แอร์เคื่อนที่ เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการลมแอร์เสริม คือเอามาเป็นตัวช่วยเวลาในพื้นที่นั้นมีคนเยอะ อากาศร้อนจัด หรือ ลมแอร์เป่าไม่ถึงตรงที่มีคนอยู่ประจำ เพราะลมเย็นกระจายในระยะ 2 เมตรค่ะ หากเอาไปใช้ในห้องเล็กๆ เช่นหอพัก แทนแอร์แบบติดตั้งถาวร เพราะมีกฏไม่ให้เจาะผนัง ก็เอาไปใช้ได้ค่ะ

 


 

  • Q.แอร์เคลื่อนที่ ใช้งานยากไหม?
    • A.การใช้งานง่ายมากค่ะ เพียงหาช่องทางลมร้อนออก เช่น ช่องหน้าต่าง ช่องลมต่างๆ แล้วต่อท่อตัวหนอนระบายลมร้อนที่มีแถมมาให้ จากตัวเครื่องไปหาช่องลมนั้น และเสียบปลั๊กก็ใช้งานได้เลยค่ะ
    • หากไม่มีช่องระบายลมร้อน ใช้งานได้ไหม ใช้ได้ แต่ก็จะไม่เย็น เพราะลมร้อนเย็นตีกัน ถ้าใช้งานชั่วคราว อยากให้ตัวเองเย็นก็พอ ให้หันช่องลมร้อนเข้ามุมที่เป็นผนังปูนรับความร้อนได้ค่ะ
    • ถ้าอยู่กลางแจ้ง ก็สามารถต่อท่อลมร้อนออกทางที่ต้องการ และเสียบปลั๊กใช้งานได้เลยค่ะ
    • ***การต่อท่อลมห้ามต่อไกลกว่าที่ให้มา เพราะแอร์ระบายไม่ออก จะไม่เย็นค่ะ    

 


 

  • แอร์ใช้งานได้นานกี่ปี?
    • แอร์ส่วนใหญ่สามารถใช้ได้เกิน 10 ปีหากดูแลรักษาอย่างดีค่ะ แต่อาจจะกินไฟมากขึ้น เนื่องจากความเสื่อมสภาพของแอร์ หากเปิดใช้งานไม่บ่อย และแอร์อยู่ในสภาพดีใช้งานได้ดี ก็สามารถใช้งานต่อได้เรื่อยๆ แต่หากเปิดใช้บ่อย ใช้ทุกวันหลายชั่วโมง แอร์ 10 ปีก็ควรเปลี่ยนใหม่ เพราะแอร์รุ่นใหม่ๆ จะช่วยประหยัดไฟ และมีลูกเล่นการทำงานใหม่ๆ ที่น่าใช้งานด้วยค่ะ 

 


 

Visitors: 744,145